• EN    |    TH

การรับประทานอาหารที่เน้นพืชเป็นหลักสามารถป้องกันมะเร็งได้หรือไม่?

  • อาหาร & โภชนาการ
  • สุขภาพ
  • 28 Sep 2017

การรับประทานอาหารที่เน้นพืชเป็นหลักสามารถป้องกันมะเร็งได้หรือไม่?

มะเร็ง! มะเร็งสามารถป้องกันได้หรือไม่? มีทางรักษาไหม? นี่อาจเป็นคำถามที่ถูกถามกันมากที่สุดซึ่งคำตอบนั้นก็ยังคงอยู่ท่ามกลางขอบเขตอันกว้างใหญ่ของวิทยาศาสตร์การแพทย์ แต่ด้วยความนิยมอาหารเพื่อสุขภาพที่มีมากขึ้น นักวิจัยพบว่าอาหารที่เน้นพืชเป็นหลักสามารถช่วยป้องกันและรักษามะเร็งบางชนิดได้ในระดับหนึ่งหากได้รับการวินิจฉัยในระยะแรก

มะเร็งคืออะไร?

เพื่อที่จะหาหนทางในการบำบัด ป้องกัน และรักษาโรคมะเร็ง เราจำเป็นต้องเข้าใจสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งในระดับเซลล์ มะเร็งสามารถเรียกได้ว่าเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกของยีนที่มีการเปลี่ยนแปลง เราทุกคนทราบว่าเซลล์เป็นหน่วยของชีวิต ร่างกายมนุษย์ถูกสร้างขึ้นจากเซลล์หลายพันล้านเซลล์ เซลล์เหล่านี้มีนิวเคลียสที่ประกอบด้วยยีน และโปรตีนหลากหลายประเภทซึ่งช่วยให้เซลล์ทำงานได้ตามปกติ

สองกลไกที่สำคัญในเซลล์

1. การตายของเซลล์: เพราะมียีน ทุกๆ เซลล์จะถูกกำหนดให้ตายหลังจากระยะเวลาหนึ่ง การตายของเซลล์นี้เป็นรูปแบบแบบที่มีการโปรแกรมไว้แล้ว ดังนั้น จำนวนของเซลล์ในสิ่งมีชีวิตอาจจะยังคงค่อนข้างเท่าเดิม

2. การซ่อมแซมเซลล์: เซลล์มีกลไกภายในในการซ่อมแซมการสึกหรอและการฉีกขาดใดๆ รวมถึงภาวะไม่สมดุลของสารเคมี การสัมผัสกับสารพิษทางสิ่งแวดล้อมต่างๆในแต่ละวัน, ผลพลอยได้จากการเผาผลาญอาหาร และจุลินทรีย์อาจทำให้เซลล์เสียหาย รวมทั้งยีนด้วย ความเสียหายเหล่านี้จะได้รับการซ่อมแซมในเซลล์ที่มีสุขภาพดี และจะไม่มีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้น

มะเร็งจะเกิดขึ้นเมื่อกลไกหนึ่งกลไกใดในสองกลไกนี้ทำงานผิดปกติ กลไกสองกลไกนี้ในเซลล์อาจ ทำงานอย่างผิดปกติเนื่องจากสาเหตุหลายประการ เช่น

· พฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพซึ่งขาดสารอาหารที่จำเป็น

· ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
·ผลิตภัณฑ์อาหารจากสัตว์ที่มีปริมาณไขมันหรือโปรตีนสูง และขาดไฟเบอร์ แร่ธาตุ และสารอาหารที่จำเป็นอื่นๆ

· ปัจจัยแวดล้อม เช่น รังสี UV

· พฤติกรรมการดำเนินชีวิต เช่น การสูบบุหรี่, การดื่มสุรา

การป้องกันมะเร็งด้วยแนวทางการรับประทานอาหารที่เน้นพืชเป็นหลัก

นักวิจัยพบว่าหากเรามารถป้องกันกลไกการซ่อมแซมของเซลล์ได้ ก็จะมีความเป็นไปได้ในป้องกันโรคมะเร็งอีกด้วย สารพฤกษเคมีที่พบในผักและผลไม้มีคุณสมบัติในการป้องกันมะเร็ง โดยช่วยลดความเสียหายของดีเอ็นเอรวมถึงอัตราการกลายพันธุ์ (Mutation) ที่เป็นสาเหตุของการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง คุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระที่พบในอาหารที่เน้นพืชและไม่ปรุงเเต่งเป็นหลักส่งผลในเชิงบวกต่อการป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง1

อาหารจากพืชที่มีไขมันต่ำส่งผลในเชิงบวกต่อโรคมะเร็งเต้านม, มะเร็งลำไส้, มะเร็งต่อมลูกหมากและมะเร็งผิวหนัง อ้างอิงจากสถาบันวิจัยโรคมะเร็งแห่งอเมริกา (American Institute of Cancer Research) สัดส่วนของอาหารของเราส่วนใหญ่ควรจะเป็นผลิตภัณฑ์จากพืชเป็นหลัก เช่น ผลไม้, ผัก, ธัญพืช และถั่ว การศึกษาพิสูจน์แล้วว่าผักและผลไม้สามารถป้องกันมะเร็งได้หลากหลายชนิด ได้แก่ ปาก, คอหอย, กล่องเสียง, หลอดอาหาร และปอด

ข้อดีของอาหารที่เน้นพืชเป็นหลัก

ผลิตภัณฑ์อาหารที่เน้นพืชเป็นหลักประกอบไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงโดยการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

· อาหารที่เน้นพืชเป็นหลักยังเป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยสารพฤกษเคมี (สารเคมีออกฤทธิ์ทางชีวภาพ) ที่ปกป้องเซลล์ของร่างกายจากความเสียหายที่อาจนำไปสู่โรคมะเร็งได้

· เส้นใยปริมาณสูงในอาหารที่เน้นพืชเป็นหลักยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง อาหารกลุ่มนี้ประกอบไปด้วยขนมปังและพาสต้าแบบธัญพืช, ข้าวโอ๊ต, ผักและผลไม้  นอกจากนี้ อาหารกลุ่มนี้ยังช่วยในการย่อยอาหารซึ่งช่วยให้ลำไส้ของเราสะอาดและปราศจากโรค

· อาหารที่เน้นพืชเป็นหลักมีแคลอรี่ต่ำ ดังนั้นจึงช่วยยับยั้งน้ำหนักส่วนเกิน ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรคต่าง ๆ รวมทั้งโรคมะเร็ง

อาหารที่เน้นพืชเป็นหลักกับโรคมะเร็งเฉพาะที่

1. จะเห็นได้ว่า พืชตระกูลกะหล่ำ (กะหล่ำปลี, ดอกกะหล่ำ, กะหล่ำดาว ฯลฯ ) ส่งผลในเชิงบวกต่อสุขภาพของมนุษย์ การศึกษาส่วนใหญ่เน้นไปที่กลูโคไซโนเลท (Glucosinolate) และปฏิกิริยาไฮโดรไลซีส (Hydrolysis) ที่ผลิตสารไอโซไทโอไซยาเนท (Isothiocyanates) ที่มีคุณสมบัติในการป้องกันโรคมะเร็ง2

2. มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งชนิดที่พบมากที่สุดในผู้หญิง งานวิจัยชี้ให้เห็นว่าการระบาดของโรคเกี่ยวกับการเผาผลาญอาหาร เช่น โรคอ้วน, โรคเบาหวาน, ภาวะอ้วนลงพุง ฯลฯ มีอัตราเท่ากันๆ ทั่วโลก การศึกษาต่างๆ เน้นไปที่อาหารที่มีความหนาแน่นพลังงานต่ำเพื่อป้องกันความเสี่ยงของโรคมะเร็งเต้านม แนวทางการรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง วิถีชีวิตที่ส่งเสริมการมีสุขภาพดี และการควบคุมน้ำหนักที่เหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งเต้านมกับพฤติกรรมการบริโภคอาหารมีความเชื่อมโยงกัน เช่น การเลือกรับประทานอาหาร, หลักการรวมอาหาร, กระบวนการและการจัดเตรียมอาหาร ฯลฯ จึงแนะนำให้บริโภคอาหารที่มาจากพืช ซึ่งให้พลังงานและระดับน้ำตาลต่ำ และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง3

3. พฤติกรรมการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพสามารถป้องกันความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งและช่วยในการรักษามะเร็ง กลไกที่สารอาหารมีผลต่อมะเร็งนั้นยังคงคลุมเครือ แต่นักวิจัยระบุว่ามีโพลีฟีนอล (Polyphenols) หลายพันธุ์ชนิดอยู่ในอาหารที่เน้นพืชเป็นหลัก ซึ่งอาหารที่เน้นพืชเป็นหลักนี้ช่วยป้องกันการปรากฏของเซลล์มะเร็ง เช่น การเปลี่ยนแปลงในการแสดงออกของยีน, การสูญเสียหน้าที่ของของไมโตคอนเดรีย, การสิ้นสภาพของสเต็มเซลล์ นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันการเปลี่ยนแปลงในกระบวนการของการแบ่งเซลล์และความถี่ของการแบ่งเซลล์ ดังนั้น จากคำพูดของฮิปโปเครติส (Hippocrates) ที่กล่าวว่า “จงรับประทานอาหารที่เป็นยา และยาก็คืออาหารนั่นเอง” (Let food be thy medicine and medicine by thy food) จึงเป็นคำจำกัดความที่เหมาะสมในแง่ของการรักษาและการป้องกันโรคมะเร็ง4
4. มะนาวหรือเลมอน (Citrus aurantifolia) มีคุณสมบัติ ต้านเชื้อแบคทีเรีย, ต้านโรคมะเร็ง, รักษาโรคเบาหวาน, ต้านเชื้อรา, ลดความดันโลหิตสูง, ต้านการอักเสบ, รักษาไขมันในเส้นเลือดสูง และคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ และช่วยป้องกันโรคตับ, กระดูก, หัวใจ และทางเดินปัสสาวะ ส่วนมาก มีการบริโภคน้ำมะนาวในชีวิตประจำวันในรูปแบบของน้ำผลไม้หรือใช้เป็นส่วนประกอบในอาหาร5
5. ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าลูกซัด (Trigonella foenum graecum) ซึ่งเป็นเครื่องเทศที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ มีคุณสมบัติในการต้านมะเร็ง ซึ่งมีองค์ประกอบทางเคมีออกฤทธิ์ที่เป็นประโยชน์ นอกจากนี้ยังช่วยในการรักษาโรค เช่น โรคเบาหวาน, คอเลสเตอรอลสูง, บาดแผล, การอักเสบ และโรคระบบทางเดินอาหาร6

6. เพกทินที่พบในมันฝรั่งช่วยยับยั้งการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่และการเจริญเติบโตของวงจรเซลล์7

แนวทางการรับประทานอาหารที่เน้นพืชเป็นหลักเน้นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายมนุษย์ และความสามารถในการรักษาและช่วยให้มีสุขภาพดีและแข็งแรงอยู่เสมอ นอกจากนี้ยังช่วยกำจัดสิ่งที่ก่อให้เกิดมะเร็งจากการรับประทานอาหาร มีผู้คนมากมายเเนะนำให้เพิ่มผัก, ผลไม้, ธัญพืชและพืชตระกูลถั่วต่างๆในอาหาร ซึ่งอาหารเหล่านี้มีเส้นใยและอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งและช่วยให้คุณมีสุขภาพดีและปราศจากโรค

อ้างอิง:

1. Jyh-Lurn Chang et al.DNA Damage and Repair: Fruit and Vegetable Effects in a Feeding Trial. Nutr Cancer. Author manuscript; available in PMC 2013 Oct 19.

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3799895/
2. Wieczorek MN et al. Bitter taste of Brassica vegetables: The role of genetic factors, receptors, isothiocyanates, glucosinolates, and flavor context. Crit Rev Food Sci Nutr. 2017 Jul 18:1-11. Crit Rev Food Sci Nutr. 2017 Jul 18:1-11.

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/28718657

3. Shapira N. The potential contribution of dietary factors to breast cancer prevention. Eur J Cancer Prev. 2017 Sep;26(5):385-395

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/28746163

4. Pandey MK et al. Regulation of cell signaling pathways by dietary agents for cancer prevention and treatment. Semin Cancer Biol. 2017 Aug 16. pii: S1044-579X(17)30187-6.

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/28823533

5. Narang N , Jiraungkoorskul W. Anticancer Activity of Key Lime, Citrus aurantifolia. Pharmacogn Rev. 2016 Jul-Dec;10(20):118-122.

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/28082795

6. Khoja KK et al. Fenugreek, a naturally occurring edible spice, kills MCF-7 human breast cancer cells via an apoptotic pathway. Asian Pac J Cancer Prev. 2011;12(12):3299-304.

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/22471470

7. Cheng H et al.The inhibitory effects and mechanisms of rhamnogalacturonan I pectin from potato on HT-29 colon cancer cell proliferation and cell cycle progression. Int J Food Sci Nutr. 2013 Feb;64(1):36-43.

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/22694196

0 Comments

Login for แสดงความคิดเห็น