• EN    |    TH

เราสามารถป้องกันและบำบัดโรคด้วยการรับประทานอาหารที่เน้นพืชและไม่ผ่านการปรุงเเต่งเป็นหลักได้หรือไม่? การวิเคราะห์วิจารณ์หลักฐาน

  • อาหาร & โภชนาการ
  • 04 Oct 2017

เราสามารถป้องกันและบำบัดโรคด้วยการรับประทานอาหารที่เน้นพืชและไม่ผ่านการปรุงเเต่งเป็นหลักได้หรือไม่? การวิเคราะห์วิจารณ์หลักฐาน

บางคน "อยู่เพื่อกิน" และบางคน  "กินเพื่ออยู่" ซึ่งมีความแตกต่างกัน การรับประทานอาหารดีๆ เป็นสิ่งสำคัญสำหรับหลายๆ คน ในขณะที่บางคนรับประทานอาหารเพื่อความอยู่รอดและไม่กังวลเรื่องรสชาติมากเกินไป จะเห็นได้ว่า อาหารที่เรารับประทานและการเกิดโรคเป็นสัดส่วนกันโดยตรง ดังนั้น ถ้าเราต้องการที่จะควบคุมโรค เราต้องให้ความสำคัญกับแหล่งที่มาของสารอาหารสำหรับร่างกายของเราซึ่งก็คืออาหารที่เราทานนั่นเอง เราต่างก็มีเมนูโปรดส่วนตัวในการเลือกรับประทานอาหาร ในขณะเดียวกันเราก็ต้องการที่จะป้องกันตัวเองจากโรคเรื้อรังต่างๆ เราไม่สามารถหยั่งรู้ผล

กระทบที่เป็นอันตรายจากอาหารที่ผ่านร่างกายของเราได้ จนกว่าจะมีการแสดงอาการของโรค หากมนุษย์เราสามารถล่วงรู้ผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นในร่างกายก่อนเลือกรับประทานอาหารได้อย่างถูกต้อง ประชากรส่วนใหญ่ของโลกคงจะต้องเลือกรับประทานอาหารที่เน้นพืชและไม่ผ่านการปรุงเเต่งเป็นหลัก

การศึกษาวิจัยพบว่าโรคมีความเชื่อมโยงกันโดยตรงกับลำไส้  อาหารที่เรารับประทานอาจก่อให้เกิดภาวะขาดสมดุลของจุลชีพในลำไส้ (Gut dysbiosis) ส่งผลให้จำนวนของไมโครไบโอม (Microbiome) ในลำไส้ลดลง อาหารที่เน้นสัตว์เป็นหลัก, อาหารแปรรูป, อาหารเส้นใยต่ำอาจเป็นอันตรายต่อไมโครไบโอมในลำไส้ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบนี้สามารถบำบัดได้โดยการนำแนวทางการรับประทานอาหารที่เน้นพืชเป็นหลักมาใช้ ทั้งนี้ ขอบเขตของการตอบสนองการบริโภคอาหารอาจแตกต่างกันเนื่องจากการแปรผันของลักษณะทางพันธุกรรมและความหลากหลายของไมโครไบโอมในลำไส้ ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่ายุคปัจจุบันเป็นยุคใหม่สำหรับการเริ่มใช้อาหารเป็นการบำบัดรักษาโรคที่มีศักยภาพ1

ผลของการรับประทานอาหารที่เน้นพืชและไม่ผ่านการปรุงเเต่งเป็นหลักต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ (Coronary artery disease)

การรับประทานอาหารที่เน้นพืชเป็นหลักมีบทบาทในการป้องกันและบำบัดโรคหลอดเลือดหัวใจ (CAD) ได้เป็นอย่างดี มีการดำเนินการศึกษากับผู้ป่วยที่หัวใจมีปัญหาจำนวน 198 ราย ผู้ป่วยที่สนใจจะได้รับคำปรึกษาในการปรับเปลี่ยนการรับประทานอาหารมาเป็นแบบเน้นพืชเป็นหลัก ผู้ที่ปฏิบัติตามกฎเท่านั้น (ซึ่งหมายความว่า ผู้เข้าร่วมควรงดผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม, ปลา, เนื้อสัตว์ และน้ำมัน) ที่จะสามารถเข้าร่วมอยู่ในการศึกษาต่อไปได้ ผู้ป่วยจำนวน 177 ราย (89%) จาก 198 รายตกลงที่จะปฏิบัติตามข้อจำกัด จากผู้เข้าร่วมกลุ่มนี้ พบว่ามีภาวะของโรคหัวใจรุนเเรง (Major cardiac events) 1 กรณีซึ่งเกี่ยวข้องกับโรคหลอดเลือดสมอง ในขณะที่ผู้ไม่มีส่วนร่วมในการศึกษาที่เหลือประสบกับผลกระทบจาก CVD (Cardio vascular diseases) หรือ โรคหลอดเลือดหัวใจ การศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า หากผู้ป่วยที่มี CVD ปฏิบัติตามการปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตด้วยการรับประทานอาหารที่เน้นพืชและไม่ผ่านการปรุงเเต่งเป็นหลัก ก็จะสามารถหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ CVD ได้ อย่างไรก็ตาม หลักการบริโภคอาหารเพื่อการรักษา CVD นี้ ควรจะมีการทดสอบเพื่อยืนยันผลว่าการปฏิบัติตามแนวทางการรับประทานอาหารที่เน้นพืชเป็นหลักอย่างต่อเนื่องจะประสบความสำเร็จในกลุ่มประชากรที่ใหญ่กว่าซึ่งช่วยป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ CVD2 ได้หรือไม่

ประโยชน์ของการรับประทานอาหารที่เน้นพืชเป็นหลักในโรคเรื้อรังอื่น ๆ

อาหารเป็นปัจจัยสำคัญและสาเหตุหลักของกลุ่มโรคที่เกี่ยวกับระบบการเผาผลาญอาหาร (Metabolic diseases) เช่นโรคเบาหวาน, โรคหัวใจและหลอดเลือด, โรคอ้วนและโรคอัลไซเมอร์ ผลการวิจัยชี้ว่าอาหารบางชนิดสามารถบำบัดและป้องกันการพัฒนาของโรคได้ ราสป์เบอร์รี่สีแดง (Rubus idaeus L. ) อุดมไปด้วยสารอาหารและมีองค์ประกอบที่ออกฤทธิ์ทางชีวภาพ ผลไม้ชนิดนี้ยังอุดมไปด้วยสารประกอบกลุ่มฟีนอลิค (Phenolic compound) โดยเฉพาะเอลลาจิแทนนิน (Ellagitannin) และแอนโทไซยยานิน (Anthocyanin) ซึ่งเป็นทั้งใยอาหารและสารอาหารที่จำเป็น  ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าราสป์เบอร์รี่สีแดงสามารถบำบัดกระบวนการที่ทำให้เกิดโรคที่เกี่ยวกับระบบการเผาผลาญอาหารที่เชื่อมโยงกับโรคหัวใจและหลอดเลือด, โรคเบาหวาน, โรคอ้วนและโรคอัลไซเมอร์ ส่วนใหญ่ โรคเหล่านี้จะมีความเชื่อมโยงกับการเผาผลาญอาหารและออกซิเดชันและการอักเสบ3

ประโยชน์ของการรับประทานอาหารที่เน้นพืชเป็นหลักในโรคเบาหวาน

การรักษาโดยการใช้อาหารในการบำบัดโรคเบาหวาน ชนิดที่ 2 แสดงถึงผลลัพธ์อันน่าทึ่งในผู้ป่วยที่มีแรงจูงใจสูงที่ปฏิบัติตามแนวทางการรับประทานอาหารที่เน้นพืชเป็นหลักเป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ ผู้ป่วยจะอยู่ร่วมในการทดลองเป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ ผู้ป่วยจะถูกแทรกแซงด้วยอาหารพลังงานต่ำ สาเหตุที่ผู้ป่วยกลุ่มนี้ปฏิบัติตามแนวทางการรับประทานอาหารนี้เพราะช่วยในเรื่องการลดน้ำหนัก, ลดระดับน้ำตาลในเลือด และเพิ่มระดับการมีสุขภาวะทางกายและทางจิตที่ดี4

นอกจากนี้ยังพบว่าอัตราการบำบัดของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 สูงขึ้นในหมู่คนหนุ่มสาว การศึกษานี้ มีการวินิจฉัยกรณีโรคเบาหวานชนิดที่ 2 จำนวนทั้งสิ้น 32 กรณี โดยได้รับการรักษาด้วยยาเมทฟอร์มิน (Metformin) (1000-2000 กรัม) นอกเหนือไปจากการบำบัดด้วยการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตแบบเข้มข้น (Intensive Lifestyle Therapy (ILT)) ซึ่งรวมถึงอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำ (1500kcal / วัน) และการเดินเร็ว 1 ชั่วโมงต่อวัน จะเห็นว่าการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดหลังจากอดอาหาร 8 ชม. มีระดับน้อยกว่า 126mg/dl และ HbA1C น้อยกว่า 6.5% มีการลดปริมาณหรือการหยุดการใช้ยาและผู้ป่วยได้รับการติดตามเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 2 ปี ดังนั้น ILT อาจประสบความสำเร็จอย่างมากในการบำบัดโรคเบาหวานในวัยหนุ่มสาว5

การรับประทานอาหารที่เน้นพืชเป็นหลักในการบำบัดโรคมะเร็ง

ลูกซัด (Trigonella foenum graecum) เครื่องเทศที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติที่สามารถรับประทานได้มีสรรพคุณในการต้านมะเร็งเนื่องจากมีองค์ประกอบทางเคมีออกฤทธิ์ที่มีประโยชน์ซึ่งจะฆ่าเซลล์มะเร็งเต้านมของมนุษย์ผ่านวิถีการตายแบบอะพอพโตซิส (Apoptotic pathway) 6

งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าส่วนประกอบของอาหารที่เน้นพืชเป็นหลัก เช่น ถั่วเหลืองซึ่งมีไฟโตเอสโตรเจน (Phytoestrogen) มีผลต่อการป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมากและช่วยหยุดการลุกลามของโรค7

นอกจากนี้ ยังพบว่าเพกทิน (Pectin) ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของของมันฝรั่งมีความสามารถในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งในมะเร็งลำไส้ใหญ่8
การรับประทานอาหารที่เน้นพืชเป็นหลักในโรคไตเรื้อรัง

มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (National Kidney Foundation) แนะนำแนวทางการรับประทานอาหารที่เน้นพืชเป็นหลักให้กับผู้ป่วย CKD (Chronic Kidney Disease) หรือโรคไตเรื้อรัง โปรตีนจากพืชมีลักษณะพิเศษที่เป็นประโยชน์ต่อความดันโลหิต โปรตีนในปัสสาวะ และอัตราการกรองของไต ดังนั้น จึงช่วยลดความเสียหายของเนื้อเยื่อไตในผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง การรับประทานอาหารที่เน้นพืชเป็นหลักยังช่วยลดการสะสมของของเสีย (Uremic toxins), ลดโปรตีนในปัสสาวะ (Proteinuria), รักษาภาวะโภชนาการ และลดอัตราการพัฒนาของภาวะไตล้มเหลว9

การศึกษาวิจัยที่กล่าวถึงในบทความนี้ชี้ว่ามีความเป็นไปได้ในการบำบัดโรคเรื้อรังซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นเนื่องจากการดำเนินชีวิตที่ไม่เป็นมิตรต่อสุขภาพและพฤติกรรมในการบริโภคอาหาร การให้คำปรึกษาอย่างเข้มข้นจริงจังเกี่ยวกับการรับประทานอาหารที่เน้นพืชและไม่ผ่านการปรุงเเต่งเป็นหลักและการปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตอาจจะช่วยให้เราสามารถลดความเสี่ยงและบำบัดโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด, ภาวะไขมันในเลือดสูง, โรคเบาหวาน, โรคอัลไซเมอร์ และมะเร็งบางชนิดได้

อ้างอิง:

1. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/27609798

Pallister T, Spector TD. Food: a new form of personalised (gut microbiome) medicine for chronic diseases? J R Soc Med. 2016 Sep;109(9):331-6.

2. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/25198208

Esselstyn CB Jr et al. A way to reverse CAD? J Fam Pract. 2014 Jul;63(7):356-364b.

3. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/26773014

Burton-Freeman BM et al. Red Raspberries and Their Bioactive Polyphenols: Cardiometabolic and Neuronal Health Links. Adv Nutr. 2016 Jan 15;7(1):44-65.

4. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/28727247

Rehackova L et al. Acceptability of a very-low-energy diet in Type 2 diabetes: patient experiences and behaviour regulation. Diabet Med. 2017 Jul 20.

5. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/28250676

Sarathi V et al. High rates of diabetes reversal in newly diagnosed Asian Indian young adults with type 2 diabetes mellitus with intensive lifestyle therapy. J Nat Sci Biol Med. 2017 Jan-Jun;8(1):60-63.

6. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/22471470

Khoja KK et al. Fenugreek, a naturally occurring edible spice, kills MCF-7 human breast cancer cells via an apoptotic pathway. Asian Pac J Cancer Prev. 2011;12(12):3299-304.

7. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/22126297

Adjakly M et al. DNA methylation and soy phytoestrogens: quantitative study in DU-145 and PC-3 human prostate cancer cell lines. Epigenomics. 2011 Dec;3(6):795-803.

8. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/22694196

Cheng H et al.The inhibitory effects and mechanisms of rhamnogalacturonan I pectin from potato on HT-29 colon cancer cell proliferation and cell cycle progression. Int J Food Sci Nutr. 2013 Feb;64(1):36-43.

9. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/28394274

Gluba-Brzózka A, Franczyk B, Rysz J. Vegetarian Diet in Chronic Kidney Disease-A Friend or Foe. Nutrients. 2017 Apr 10;9(4). pii: E374

0 Comments

Login for แสดงความคิดเห็น