• EN    |    TH

นี้ได้ และไม่สามารถส่งมอบความรู้สึกเฉพาะนี้ให้ใครได้ กลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อนจึงเป็น “สนามอารมณ์” ที่ค่อนข้างมีพลังบวกที่หนักแน่นอย่างเป็นธรรมชาติ

กลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อนมีบรรยากาศที่เอื้อต่อการระบายความคับข้องทางใจหรือความเก็บกดในชะตากรรมที่ตนเองประสบ เพราะคนอื่นล้วนมีชะตากรรมเดียวกัน ไม่มีใครเห็นว่าการมีความคับข้องใจเช่นนั้นเป็นสิ่งอันพึงรังเกียจ หรือเป็นปมด้อยที่พึงเก็บงำ อย่างไรก็ตาม บรรยากาศเช่นนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อไม่มีอิทธิพลของคนนอกกลุ่ม (เช่นแพทย์หรือนักบำบัด) เข้าไปแทรกแซง

 2. การเป็นสถาบันทางใจให้สมาชิก (Sense of community) เนื่องจากมนุษย์เรานี้เป็นสัตว์สังคม (pack animal) มนุษย์จะรู้สึกมั่นคงไม่โดดเดี่ยวเมื่อในใจรู้อยู่เสมอว่าตัวเองมีพวกอยู่ เป็นสัญชาติญาณลูกฝูง (herd instinct) ความรู้สึกเช่นนี้เป็นพลังอย่างหนึ่ง แต่เมื่อต้องมาป่วยด้วยโรคบางโรค หรือมีชะตากรรมบางอย่างที่ไม่เหมือนคนอื่น หรือกลายเป็นคนมีปมด้อยในสายตาคนอื่น ก็เป็นธรรมดาที่จะไม่อยากไปเปิดเผยพูดคุยกับคนอื่นที่เขาไม่ได้เจอชะตากรรมแบบเดียวกัน เพราะพูดไปเขาก็ไม่เข้าใจ ทำให้เริ่มเกิดความรู้สึกว่าตนเองถูกโดดเดี่ยว มีความรู้สึกเหงาและไม่อุ่นใจอยู่ลึก ๆ กลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อนมีกลไกที่สร้างพลังหรือความอุ่นใจนี้ให้เกิดขึ้นใหม่ในตัวสมาชิกได้

 3. การเป็นที่บ่มเพาะแรงบันดาลใจ (Motivation) กลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อนมีกลไกเสริมสร้างแรงบันดาลใจให้สมาชิกเกิดพลังที่จะทำอะไรให้ตนเองได้สองกลไก
คือ 

กลไกที่ 1. สมาชิกเป็นแม่แบบ (role model) ให้สมาชิกด้วยกัน ในเชิงสังคมวิทยาการเชียร์ให้คนทำอะไรใหม่ ๆ ที่ดี ๆ หรือยาก ๆ ที่มีผลสูงสุดคือการทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง หรือการเป็นแม่แบบ เมื่อสมาชิกคนหนึ่งสามารถทำอะไรสำเร็จให้เห็น ก็จะเป็นแม่แบบหรือเป็นตัวอย่างให้สมาชิกคนอื่นเกิดแรงฮึดหรือเกิดแรงที่จะทำตาม

กลไกที่ 2. พลังเมตตาต่อกัน เมื่อสมาชิกมารู้จักและปฏิสัมพันธ์กัน โดยธรรมชาติของการเป็นสัตว์สังคมก็จะเกิดเมตตาธรรม (kindness) ต่อกัน เมตตาธรรมนี้จะผลักดันให้เกิดแรงบันดาลใจสองแบบคือ

  1. แบบที่ 1. ความอยากสอน ซึ่งนำไปสู่การได้เรียน (teach to learn) คือเพราะอยากช่วยเพื่อนจึงพยายามสอนเพื่อน ในความพยายามสอนทำให้ได้ขวนขวายจนเกิดความรู้หรือทักษะระดับที่ลึกซึ้งขึ้น ทำให้ตัวเองแก้ปัญหาให้ตัวเองได้ดีขึ้น 
  2.  แบบที่ 2. ความอยากเรียน ซึ่งนำไปสู่การได้สอน (learn to teach) คือเพราะเกรงใจหรืออยากจะตอบแทนเมตตาจากเพื่อนผู้หวังดีที่พยายามสอน จึงตั้งใจเรียน ในความพยายามนั้นนอกจากจะทำให้ได้ความรู้และทักษะให้ตัวเองใช้แก้ปัญหาของตัวเองได้ดีขึ้นแล้ว ยังเกิดความรู้และทักษะใหม่ที่จะเอาไปสอนคนอื่นที่เราอยากช่วยเขาต่อไปได้อีก

การเป็นแหล่งเรียนรู้และฝึกทักษะ (Knowledge & skill development) กลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อนมีบรรยากาศของการเรียนรู้และพัฒนาทักษะเฉพาะเรื่องซึ่งสมาชิกล้วนมีความสนใจเพราะเป็นปัญหาร่วมของสมาชิกทุกคน ทั้งในรูปแบบของใครรู้อะไรใหม่ ๆ ก็เอามาแชร์กัน และในรูปแบบของการเชิญผู้รู้จากนอกกลุ่มมาสาธิตสอนแสดงให้กลุ่มดู 

การปลูกสำนึกว่าได้รับมอบอำนาจ (Empowerment) การได้เห็นเพื่อนคนอื่นมีความสามารถดูแลตัวเองได้ด้วยตัวเอง ทำให้สมาชิกกลุ่มที่ไม่เคยคิดว่าตนเองจะมีศักยภาพที่จะดูแลตนเองได้ เกิดความมั่นใจและตระหนักว่าตนเองนี่แหละที่จะเป็นผู้ดูแลตนเองได้ดีที่สุด ซึ่งความตระหนักอันนี้เป็นพื้นฐานสำคัญที่สมาชิกกลุ่มจะใช้เป็นพลังในการดูแลตนเองต่อไปในภายหน้า