• EN    |    TH

ภาพรวม

สิ่งที่วงการแพทย์รู้ในปัจจุบัน ยังห่างไกลที่จะรักษามะเร็งส่วนใหญ่ให้หายขาด รู้เพียงแต่ว่าระบบภูมิคุ้มกันและระบบฟื้นฟูตัวเองของร่างกายมนุษย์เป็นปราการที่เชื่อถือได้มากที่สุดในการรับมือกับโรคมะเร็งนี้ แต่กระบวนการรักษามะเร็งปัจจุบันพากันมุ่งไปที่จะกำจัดเซลล์มะเร็งออกไปจากร่างกาย แต่ไม่ได้ทำอะไรกับปัจจัยแวดล้อมภายในร่างกายที่เอื้อให้เกิดมะเร็งขึ้นมาจากเซลล์ปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความเครียดกังวล ความกลัว สัมพันธ์ภาพที่ลุ่มๆดอนๆกับคนรอบข้าง สไสตล์ชีวิตที่เร่งรีบกดดัน โภชนาการที่เต็มไปด้วยอาหารขยะ และการขาดเป้าหมายหรือขาดความหมายในชีวิต รีทรีตฟื้นฟูผู้ป่วยมะเร็งนี้จึงเปิดขึ้นมาเพื่อให้ผู้ป่วยได้เลิกวิถีชีวิตเดิมๆที่เอื้อให้เกิดมะเร็งขึ้นมานั้นเสีย หันมาทดลองใช้ไลฟ์สไตล์แบบใหม่ที่จะเพิ่มพูนพลังกายพลังใจให้เดินหน้าไปกับชีวิตใหม่ได้เต็มศักยภาพที่ธรรมชาติให้มา

คอนเซ็พท์ของรีทรีตฟื้นฟูผู้ป่วยมะเร็ง ใช้ยุทธศาสตร์เจ็ดประการ คือ

1. เปลี่ยนทัศนคติเสียใหม่

เลิกกลัวมะเร็ง เลิกมองมะเร็งว่าเป็นศัตรูของชีวิต มันเป็นเซลล์ของเราเองที่กลายพันธุ์ไปอย่างกะทันหันซึ่งปกติก็เกิดอยู่บ่อยๆแต่ถูกทำลายทิ้งโดยระบบภูมิคุ้มกัน การที่มันแพร่พันธ์ุต่อได้เป็นการบ่งชี้ว่าปัจจัยภายในร่างกายและสไตล์การใช้ชีวิตที่ผ่านมานั้นไม่เอื้อต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันแต่กลับไปเอื้อให้มะเร็งเติบโตจนเซลล์ดีๆถูกเบียดเบียน ดังนั้น เมื่อรักษาตามกระบวนการแพทย์แผนปัจจุบันเช่นผ่าตัด ฉายแสง เคมีบำบัด จบแล้วก็ควรเลิกแสวงหาความช่วยเหลือภายนอกใดๆที่ไม่มีหลักฐานสนับสนุนว่าได้ผลเสีย แล้วหันกลับเข้ามาค้นหาตัวช่วยที่ภายในตัวเองเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและพลังในการฟื้นฟูตัวเองขึ้นมาใหม่ ความกลัวมะเร็งเป็นความเครียดที่ทำร้ายระบบภูมิคุ้มกัน ความกลัวทำให้ไขว่คว้าคาดหวังลมๆแล้งกับปัจจัยภายนอก ทั้งๆที่ศักยภาพหรือพลังมหาศาลที่จะเยียวยาตัวเองนั้นอยู่ที่ภายในและเป็นสิ่งที่ทุกคนมีอยู่แล้ว เราต้องเปิดพลังนี้ออกมาใช้ การฟื้นฟูตัวเองอย่างแท้จริงจึงจะเกิดขึ้น

2. โฟกัสที่การจัดการความเครียดกังวล

ความเครียดไม่ใช่เป็นอะไรที่ "เกิดขึ้น" กับเรา แต่เป็นผลจากการที่เรา "สนองตอบ" ต่อสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไร แม้ในสถานะการณ์คับขัน เราก็ยังเลือกวิธีสนองตอบได้อย่างไม่เครียดหากเราได้เรียนรู้เทคนิคการฝึกสติวางความคิดกลับไปสู่ความตื่นซึ่งจะทำให้เราพร้อมที่จะเลือกสนองตอบอย่างมีเหตุผล การฝึกสติสมาธิเพื่อการอยู่ในปัจจุบันก็ดี โยคะก็ดี ไทชิก็ดี หากรู้จักใช้ ล้วนเป็นเทคนิคที่จะเอื้อต่อการวางความคิดมาอยู่กับการรับรู้พลังงานของร่างกาย ซึ่งจะเป็นสะพานทอดไปหาความตื่นหรือความรู้ตัว อันเป็นที่สงบเย็นและมีศักยภาพและพลังฟื้นฟูตนเองมากที่สุด

3. รู้ตัวทั่วพร้อม ผ่อนคลาย และตื่น

การรับรู้พลังงานของร่างกายผ่านความรู้สึกบนผิวกายด้วยไทชิ เป็นการทิ้งความคิดมาอยู่กับพลังของร่างกาย การผ่อนคลายร่างกายด้วยโยคะ เป็นการปล่อยให้กายและใจถอยกลับมาสู่ความสุขอันเป็นธรรมชาติดั้งเดิมของมัน จากจุดนี้จะนำไปสู่สมาธิซึ่งจะก่อให้เกิดพลังบวกต่อร่างกาย ในภาวะใจเป็นสมาธิ เมื่อปล่อยใจไปไม่ต้องควบคุม ในภาวะที่ปลอดความคิด ก็จะเข้าสู่ความตื่นหรือความรู้ตัวซึ่งเป็นธรรมชาติดั้งเดิมที่สงบสุข ที่ตรงนี้ปัจจัยภายนอกที่เร่งรัดกดดันร่างกายผ่านความคิดจะสลายไป ร่างกายจะเป็นตัวของตัวเองตามธรรมชาติระบบภูมิคุ้มกันที่เคยถูกกดไว้ไม่ให้ทำงานก็จะได้รับการปลดปล่อย ระบบฟื้นฟูซ่อมแซมร่างกายก็จะทำงานได้เต็มที่

4. เปลี่ยนวิธีใช้ชีวิตเสียใหม่

รีทรีตฟื้นฟูผู้ป่วยมะเร็งไม่ได้มุ่งกำจัดเซลล์มะเร็ง แต่มุ่งฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมภายในที่ถูกกดดันเสียศูนย์จนมะเร็งขยายตัวได้ให้กลับมาทำงานได้ดีเต็มศักยภาพที่มีตามธรรมชาติของมัน นั่นหมายถึง วิธีคิด แบบแผนพฤติกรรมเดิมๆที่มีผลเสียต่อสุขภาพต้องถูกปรับเปลี่ยน มะเร็งคือสัญญาณเตือนให้ลงมือเปลี่ยนแปลง จากการเป็นผู้บ่มเพาะสิ่งเสียๆถมทับบนร่างกายมาเป็นผู้เสริมสร้างสิ่งดีๆให้ร่างกาย เปลี่ยนหมดไม่ว่าจะเป็นความคิดลบ อารมณ์ลบ ความสัมพันธ์ที่ไม่ดี หันมาเริ่มต้นกิจวัตรที่ทำสิ่งดีๆให้ตัวเอง ให้เวลาตัวเองอย่างน้อยวันละ 1-2 ชั่วโมง ซึ่งในรีทรีตนี้จะเรียกว่า morning ritual ใช้เวลานี้อยูกับตัวเอง อยู่กับปัจจุบัน ออกกำลังกายให้ถึงมาตรฐานที่การแพทย์แผนปัจจุบันแนะนำ นอกจากนี้ยังทำ ไทชิ โยคะ ฝึกสติสมาธิ และต่อจากนั้นทั้งวันก็ใช้ชีวิตในลักษณะยอมรับสิ่งที่มีที่เป็นในปัจจุบันอย่างไม่มีเงื่อนไข ใช้สี่คำหลักคือ ขอบคุณ ขอโทษ ให้อภัย และเมตตา อย่างเป็นอาจิณ

5. โภชนาการพืชเป็นหลักที่หลากหลายและไขมันต่ำ

โภชนาการในรีทรีตเน้นอาหารพืชเป็นหลักแบบไขมันต่ำ ไม่มีเนื้อสัตว์เลย เสริมวิตามินเท่าที่จำเป็น โดยไฮไลท์ให้ได้รับสารต้านอนุมูลอิสระที่หลากหลาย ทุกวันที่อยู่ในรีทรีตผู้ป่วยจะได้ดื่ม Trace Elements ซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่คัดเอายอดพืชผักสมุนไพรที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงนับร้อยชนิดตามตำหรับรักษามะเร็งของแพทย์แผนไทย แผนอินเดีย แผนจีน แผนยุโรป ที่ปลูกอยู่ในสวนสมุนไพรในฟาร์มของเรามาในรูปแบบของผักสดมาปั่นแบบไม่ทิ้งกากเดี๋ยวนั้นเพื่อให้เป็นเครื่องดื่มประจำวัน เพื่อให้ร่างกายได้รับธาตุอาหารที่ต้องการน้อยแต่หายากครบถ้วน อันจะเป็นการเอื้อต่อการฟื้นตัวของระบบภูมิคุ้มได้เต็มที่

6. ใช้ประโยชน์จากทุกเทคนิคโดดเด่นที่มนุษย์มี

โดยอาศัยหลักวิทยาศาสตร์การแพทย์แผนปัจจุบันเป็นแก่นกลาง โดยมีแพทย์แผนปัจจุบันเป็นผู้กำกับควบคุม รีทรีตฟื้นฟูผู้ป่วยมะเร็งใช้ศาสตร์ทุกอย่างที่มนุษย์มีและที่มีหลักฐานแน่ชัดแล้วว่าไม่มีผลเสียมาร่วมฟื้นฟูร่างกายและจิตใจให้ผู้ป่วย ทั้งพืชผักสมุนไพร ของไทย อินเดีย จีน ยุโรป ที่ปลูกไว้ในฟาร์มของเราเอง ทั้งการแพทย์แผนไทย และการแพทย์แบบอายุรเวดะของอินเดีย ซึ่งรวมถึงระบบโภชนาการที่ดี วิตามินและอาหารเสริมตามความจำเป็น การบรรเทาปวด ด้วยวิธีต่างๆ เป็นต้น

7. สร้างความบันดาลใจจากกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน

นอกจากจะสร้างบรรยากาศให้แต่ละคนมีความมุ่งมั่นความบันดาลใจด้วยตัวเองแล้ว รีทรีตยังอาศัยกลุ่มหรือทีมของคนมีหัวอกเดียวกันซึ่งมีพลวัตที่มีลักษณะเฉพาะฟอร์มกันขึ้นมาเป็นกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน การเข้าร่วมกลุ่มแม้จะโดยตั้งใจจะไปช่วยสร้างความบันดาลใจให้คนอื่นแต่ผลสุดท้ายจะได้ความบันดาลใจนั้นเสียเองเป็นทวีคูณ นี่เป็นพลังที่เกิดขึ้นโดยที่เราทำเองไม่ได้ อนึ่ง ความบันดาลใจแม้จะสร้างขึ้นได้แล้ว แต่ก็ใช่ว่าจะอยู่ยั้งยืนยง ยังต้องการกระบวนการกระตุ้นที่ต่อเนื่อง กลุ่มหรือทีมจะต้องพบกันบ่อย ให้โอกาสกันและกัน สนับสนุนกันและกัน โดยกลุ่มหรือทีมเมื่อตั้งขึ้นในรีทรีตแล้ว ก็จะสื่อสารช่วยเหลือเป็นกำลังใจให้กันและกันตลอดไป วันแรก

รายละเอียดโปรแกรม

  • เริ่ม: Dec 13, 2019
  • ถึง: Dec 16, 2019
  • สถานที: เวลเนสวีแคร์เซ็นเตอร์

  • 108:00 - 14:00 น.: 
    1. ลงทะเบียนเข้าแค้มป์ เช็คอินเข้าห้องพัก
    2. วัดดัชนีมวลกาย วัดความดันเลือด ตรวจหัวใจ ตรวจการทำงานของปอด ตรวจบันทึกสภาพผิวหนัง จัดทำเวชระเบียนส่วนบุคคล
    3. แพทย์ตรวจร่างกายและวางแผนจัดการโรคร่วมกับแพทย์ (คนละ 20 นาที)
    4. พักรับประทานอาหารว่างและอาหารกลางวันในขณะผลัดกันเข้าพบแพทย์
  • 214:00 - 16:00 น.: ทำความรู้จักกันและเรียนรู้เรื่องโรคของกันและกัน
  • 316:00 - 16:30 น.: พักรับประทานน้ำชา
  • 416:30 - 17:30 น.: ยุทธศาสตร์ในการฟื้นฟูตนเองจากโรคมะเร็ง (นพ.สันต์)
  • 518:30 - 20:30 น.: อาหารเย็นและกิจกรรมผ่อนคลายกับกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน
  • 106:30 - 08:00 น:
    1. กิจวัตรยามเช้า
    2. ดื่มเครื่องดื่มเทรซอีลีเมนท์
    3. โยคะแบบผ่อนคลาย
    4. ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
  • 208:30 - 09:30 น.:  รับประทานอาหารเช้า อาบน้ำ พักผ่อนส่วนตัว
  • 309:30 - 10:30 น.:  ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายกับมะเร็ง
  • 410:30 - 11:00 น.:  พักดื่มกาแฟ
  • 511:00 - 12:00 น.:  การวางความคิดกลับไปอยู่กับความตื่น
  • 612:00 - 14:00 น.:  พักรับประทานอาหารกลางวัน และพักผ่อนส่วนตัว
  • 714:00- 15:00 น.:  โภชนาการผู้ป่วยมะเร็ง
  • 815:00 - 15:30 น.:  เดินจงกลม
  • 915:30 - 16:00 น.:  พักรับประทานน้ำชา
  • 1016:00 - 18:00 น.:  การปลูกและใช้ต้นอ่อนและเมล็ดงอก
  • 1118:00 - 20:30 น.:  รับประทานอาหารเย็นและผ่อนคลายกับกลุ่ม
  • 106:30 - 08:00 น. :
    1. กิจวัตรยามเช้า (ในสวน)
    2. ดื่มเครื่องดื่มเทรซอีลีเมนท์
    3. ไทชิ
    4. รู้ตัวทั่วพร้อมและผ่อนคลาย
    5. ท่าร่างและออกกำลังกายแบบเสริการทรงตัว
  • 208:00 - 09:30 น.:  รับประทานอาหารเช้า อาบน้ำ พักผ่อนส่วนตัว
  • 309:30 - 10:30 น.:  จัดตั้งกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน
  • 410:30 - 11:00 น.:  พักดื่มกาแฟ
  • 511:00 - 13:00 น.:  การทำอาหารพืชเป็นหลักไขมันต่ำและอาหารกลืนง่าย
  • 613:00 - 14:00 น.:  พักรับประทานอาหารกลางวัน และพักผ่อนส่วนตัว
  • 714:00 - 15:00 น.:  ระบบประสาทและความเครียด
  • 815:00 - 16:00 น.:  การรับมือกับอาการปวด
  • 916:00 - 16:15 น.:  พักรับประทานน้ำชา
  • 1016:15 - 18:00 น.:  ทัวร์สวนสมุนไพร (ฟาร์ม)
  • 1118:00 - 20:30 น.:  รับประทานอาหารเย็นและร้องเพลงผ่อนคลายกับกลุ่ม
  • 106:30 - 08:00 น. : 
    1. กิจวัตรยามเช้า
    2. ดื่มเครื่องดื่มเทรซอีลีเมนท์
    3. ออกกำลังกายแบบแอโรบิก (บ้านบนเขา)
    4. ไทชิ
  • 208:00 - 09:30 น.:  รับประทานอาหารเช้า อาบน้ำ พักผ่อนส่วนตัว
  • 309:30 - 10:30 น.:  เรียนรู้เทคนิคดีๆจากประสบการณ์ของผู้เปลี่ยนชีวิตตัวเองได้เมื่อรู้ว่าเป็นมะเร็ง
  • 410:30 - 11:00 น.:  พักดื่มกาแฟ
  • 511:30 - 12:00 น.:  แชร์ประสบการณ์เทคนิคการวางคิด (ความคาดหวังและความกลัว) ในกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน
  • 612:00 - 14:00 น.:  พักรับประทานอาหารกลางวัน และพักผ่อนส่วนตัว
  • 714:00 - 16:00 น.:  นพ. สันต์ ใจยอดศิลป์ ตอบคำถามและให้คำปรึกษาปัญหาสุขภาพส่วนตัวโดยผู้ร่วมแค้มป์ท่านอื่นสามารถนั่งฟังและร่วมแชร์ความรู้และประสบการณ์กันในห้องได้
  • 816:00 น. :  ปิดแค้มป์      

การลงทะเบียน

* ราคาที่แจ้งไว้รวมค่าอาหาร ค่าฝึกอบรม และสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานภายในศูนย์เรียบร้อยแล้ว แต่ไม่รวมค่าเดินทางเนื่องจากผู้เข้าอบรมต้องเดินทางมาที่ศูนย์ด้วยตนเอง

** เงื่อนไขการชำระเงินไม่สามารถขอคืนเงินได้ ในกรณีเกิดเหตุสุดวิสัยหรือมีกิจธุระสามารถขอเลื่อนการเข้าคลาสไปในครั้งถัดไปได้โดยมีอายุ1ปี นับจากวันที่ชำระเงินสมัครเข้าแคมป์ (สำหรับผู้ที่สมัครเข้ามาแล้ว หากไม่สามารถมาร่วมคลาสได้ รบกวนแจ้งให้ทางศูนย์ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 14 วัน)

*** การเปิดคลาสเรียนทำอาหารมีการกำหนดจำนวนขั้นต่ำของผู้สมัครเอาไว้ ในกรณีที่ต่ำกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ ทางศูนย์ขอสงวนสิทธิ์ในการเลื่อนการเปิดคลาสไปในครั้งถัดไปโดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน

การเดินทาง

สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถตู้มวกเหล็กขึ้นที่หมอชิต ในกรณีเดินทางด้วยรถตู้หรือรถไฟ ต้องหารถรับจ้างจากตลาดมวกเหล็กเข้ามาส่งที่เวลเนสวีแคร์เซ็นเตอร์ ซึ่งตั้งอยู่ในมวกเหล็กวัลเลย์ อยู่ห่างจากตลาดมวกเหล็กราว 4 กม. กรณีที่จะให้เวลเนสวีแคร์หารถไปรับต้องแจ้งล่วงหน้า
ค่าจัดรถไปรับ
60 บาท สำหรับมอเตอร์ไซค์ และ 250 บาท สำหรับรถปิคอัพ
ในกรณีที่จะให้เวลเนสวีแคร์ช่วยระสานงานหารถรับจ้างเหมาไปจากกทม. ต้องติดต่อล่วงหน้า ค่าจ้าง 1,500 บาทเฉพาะขาไปขาเดียว หรือ 3,000 บาทสำหรับการไปส่งแล้วไปรับกลับ

 

Other Available Date


Next program will announced shortly

Success Stories